ระเบียบมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
ว่าด้วยการให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ-สามเณร
พ.ศ.๒๕๔๕

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

          โดยที่เป็นการสมควร กำหนดระเบียบมูลนิธิ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ว่าด้วยการให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ-สามเณร พ.ศ.๒๕๔๕ ขึ้น เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาและเสริมสร้างสมรรถภาพของพระภิกษุ-สามเณร วัดปทุมวนาราม ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพในการปฏิบัติศาสนากิจ ในอันที่จะจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญก้าวหน้าสืบไป

          อาศัยอำนาจตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก จึงได้ออกระเบียบว่าด้วยการให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ-สามเณร วัดปทุมวนารามไว้ดังต่อไปนี้

  ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ว่าด้วยการให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ-สามเณร พ.ศ.๒๕๔๕
  ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
  ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ คำสั่ง ประกาศ หรือมติอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
  ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
   
"มูลนิธิ" หมายความว่า มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
"วัด" หมายความว่า วัดปทุมวนาราม
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
"ประธาน" หมายความว่า ประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
"ระเบียบ" หมายความว่า ระเบียบมูลนิธิว่าด้วยการให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ-สามเณร
"ทุน" หมายความว่า เงินหรือค่าใช้จ่ายที่มูลนิธิฯ จ่ายเพื่อการศึกษาต่อให้แก่พระภิกษุ-สามเณร
"พระภิกษุ-สามเณร" หมายความว่า พระภิกษุ-สามเณรที่วัดปทุมวนารามรับเข้าอยู่ในสังกัด
"ผู้รับทุน" หมายความว่า ผู้ได้รับทุนตามระเบียบนี้
   
  ข้อ ๕ ให้คณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและเลขานุการมีหน้าที่รับผิดชอบดังนี้
    ๕.๑ กำหนดแนวทางการให้ทุนแก่พระภิกษุ-สามเณร ให้เป็นไปตามนโยบายและระเบียบของมูลนิธิ
๕.๒ กำหนดกรอบนโยบายจัดทุนการศึกษาประจำปีให้แก่พระภิกษุ-สามเณร
๕.๓ พิจารณาให้ความเห็นชอบ การจัดทุนการศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ ให้แก่ พระภิกษุ-สามเณรตามที่
        มูลนิธิได้กำหนดไว้แต่ละปี
  ข้อ ๖ พระภิกษุ-สามเณรที่ขอรับทุนของมูลนิธิเพื่อไปศึกษาต่อ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    ๖.๑ เป็นพระภิกษุ-สามเณรที่อยู่จำพรรษาในวัดอย่างน้อย ๕ ปีขึ้นไป
๖.๒ จะต้องมีอายุไม่เกิน ๔๕ ปี ถ้าเกินกว่าที่กำหนดไว้ ให้คณะกรรมการมูลนิธิเป็นผู้พิจารณาเป็นรายๆ ไป
๖.๓ ผู้ขอรับทุนจะต้องมีหนังสือรับรอง หรือเอกสารตอบรับแสดงว่าสถานศึกษานั้นๆ ได้รับเข้าศึกษามาแสดงต่อ
        คณะกรรมการ
๖.๔ สาขาวิชาและมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่พระภิกษุ-สามเณรขอรับทุนประสงค์จะเข้าศึกษา จะต้องเป็น
        สาขาวิชาและมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลหรือองค์กรวิชาชีพ
        และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเท่านั้น
๖.๕ ผู้ที่ได้รับทุนของมูลนิธิไปศึกษาต่อจนสำเร็จขั้นใดขั้นหนึ่งแล้ว จะขอทุนได้อีกต่อเมื่อได้ปฏิบัติศาสนกิจ
        ตามที่มูลนิธิกำหนด
๖.๖  การจัดทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี-เอก ให้ถือเกณฑ์ดังนี้
  ๖.๖.๑ ทุนการศึกษาต่อภายในประเทศ
 
  (๑) เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนหลักสูตรปกติ ตามที่จ่ายจริงตามที่มหาวิทยาลัย/สถานศึกษาเรียกเก็บ แต่ไม่เกินปีละ ๖๐,๐๐๐ บาท ระยะเวลาไม่เกิน ๔ ปีการศึกษา ในระดับปริญญาตรี ไม่เกิน ๒ ปีการศึกษาในระดับปริญญาโท และไม่เกิน ๓ ปีการศึกษา ในระดับปริญญาเอก
  (๒) เป็นค่าใช้จ่ายในการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท และระดับปริญญาเอกไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท
  ๖.๖.๒ ทุนศึกษาต่อต่างประเทศ
 
  (๑) เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนหลักสูตรปกติ ตามที่จ่ายจริงตามที่มหาวิทยาลัย/สถานศึกษาเรียกเก็บ แต่ไม่เกินปีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ระยะเวลาไม่เกิน ๒ ปีการศึกษาในระดับปริญญาโท และไม่เกิน ๓ ปีการศึกษา ในระดับปริญญาเอก
  (๒) เป็นค่าใช้จ่ายในการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท และระดับปริญญาเอกไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
  ๖.๖.๓ การกำหนดจำนวนเงินทุนการศึกษาแต่ละทุน หรือขยายระยะเวลาการศึกษาในกรณีไม่จบตามกำหนด
          ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด
๖.๗ ผู้ขอรับทุนจะต้องยื่นหนังสือแสดงความประสงค์ขอรับทุน ตามประกาศของมูลนิธิที่ได้ประกาศไว้
๖.๘ ผู้ได้รับทุน จะต้องยื่นหลักฐานการลาศึกษาต่อคณะกรรมการตามแบบที่กำหนด และถ้าเป็นการลาไปศึกษา
        ต่างประเทศ จะต้องยื่นก่อนเดินทางไปศึกษาอย่างน้อย ๔ เดือน
๖.๙ ผู้ได้รับทุนศึกษาต่อตามข้อ ๖.๖.๑ และ ๖.๖.๒
        จะต้องทำสัญญากับมูลนิธิก่อนไปศึกษาต่อตามสัญญาที่มูลนิธิกำหนด
๖.๑๐ ผู้ที่ได้รับทุนองค์กรหรือสถาบันอื่นๆ แล้ว ไม่มีสิทธิขอรับทุนจากมูลนิธิ และในขณะที่รับทุนมูลนิธิแล้ว
         จะรับทุนจากองค์กรหรือสถาบันอื่นๆ ไม่ได้
  ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ แล้วเสนอขออนุมัติต่อประธานเป็นรายๆ ไป
  ข้อ ๘ ในระหว่างที่ใช้ระเบียบนี้ หากมีการดำเนินการข้อใดที่ไม่ระบุไว้ในระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด
  ข้อ ๙ ให้ประธานรักษาการตามระเบียบนี้
 

ประกาศ ณ วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๕


(พระเทพปัญญามุนี)
ประธานกรรมการ
มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

 
   

 

 
     
   
มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
 
สำนักงานมูลนิธิฯ : - อาคารมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
( อาคารภายในบริเวณวัดปทุมวนาราม)
๙๖๙ ถนนพระราม ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. ๑๐๓๓๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๕๔-๒๕๔๕-๖ โทรสาร ๐-๒๖๕๘-๑๙๘๕