ระเบียบมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ว่าด้วยการให้รางวัลและประกาศเกียรติคุณบัณฑิตแพทย์ดีเด่น
ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๔๖

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

          เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดลุยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์ไทย มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดลุยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เห็นสมควรจัดสรรเงินทุน เป็นรางวัลเกียรติยศและประกาศเกียรติคุณ แก่บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาแพทยศาสตร์ในประเทศไทย ในแต่ละปีการศึกษา

          อาศัยอำนาจตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในการประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ ๑/๒๕๔๕ เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๕ จึงได้ออกระเบียบว่าด้วยการให้รางวัลและประกาศเกียรติคุณบัณฑิตแพทย์ดีเด่นไว้ ดังต่อไปนี้

  ข้อ ๑. ระเบียบนี้เรียกว่า “ ระเบียบมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ว่าด้วยการให้รางวัลและการประกาศเกียรติคุณบัณฑิตแพทย์ดีเด่น พ.ศ.๒๕๔๕ ”
  ข้อ ๒. ระเบียบนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
  ข้อ ๓. บรรดาระเบียบ คำสั่ง ประกาศ หรือมติอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้ว ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
  ข้อ ๔. ในระเบียบนี้
   
"มูลนิธิ" หมายความว่า มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการมูลนิธิ
"ประธาน" หมายความว่า ประธานมูลนิธิ
   
  ข้อ ๕. ให้จัดตั้งรางวัลเกียรติยศสำหรับบัณฑิตแพทย์ขึ้น ชื่อว่า “ รางวัลมูลนิธิ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ”
  ข้อ ๖. ให้มูลนิธิจัดสรรเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เป็นประจำทุกปี สำหรับมอบให้เป็นรางวัลเกียรติยศแก่บัณฑิตแพทย์ ปีละ ๑ รางวัล และให้ทำหนังสือประกาศเกียรติคุณบัณฑิตแพทย์ ผู้ได้รับรางวัลด้วย
  ข้อ ๗. ผู้รับรางวัลต้องมีคุณสมบัติดังนี้
๗.๑ เป็นผู้สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ ๑ จากสถาบันการศึกษา
       แพทยศาสตร์ ในประเทศไทย ในปีการศึกษานั้นๆ
๗.๒ มีผลการเรียนอยู่ในระดับดีมากอย่างสม่ำเสมอ ตลอดหลักสูตรจากสถาบันการศึกษา
       แพทยศาสตร์
๗.๓ ได้รับการเสนอชื่อจากคณบดีหรือผู้บริหารสูงสุดของสถาบันแพทยศาสตร์
  ข้อ ๘. คณบดีหรือผู้บริหารสูงสุดของสถาบันการศึกษาแพทยศาสตร์ เสนอชื่อผู้สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต ประจำปีการศึกษา ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในข้อ ๗ และได้รับการพิจารณาเห็นสมควรได้รับรางวัลเพียง ๑ ชื่อ ไปยังมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เลขที่ ๙๖๙ วัดปทุมวนาราม ถนนพระราม ๑ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐ ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน
  ข้อ ๙. ในการเสนอชื่อผู้รับทุนตามข้อ ๘ จะต้องมีเอกสารประกอบ ซึ่งคณบดีหรือผู้บริหาร สูงสุดของสถาบันแพทยศาสตร์นั้นรับรอง ดังนี้
    ๙.๑ หนังสือเสนอชื่อโดยคณบดีหรือผู้บริหารสูงสุดของสถาบันการศึกษาแพทยศาสตร์
๙.๒ ประวัติส่วนตัวและประวัติการศึกษาของผู้ได้รับการเสนอชื่อ
๙.๓ สำเนาเอกสารแสดงผลการเรียนรายวิชา และผลการเรียนเฉลี่ยของผู้ได้รับการเสนอชื่อ
๙.๔ หนังสือรับรองและอธิบายความสามารถและสัมฤทธิ์ผลในการเรียนวิชาหลัก ของผู้ได้รับ
        การเสนอชื่อ จากอาจารย์ผู้สอนวิชาหลักนั้นๆ รวม ๕ วิชา ได้แก่
        - สูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา
        - ศัลยศาสตร์
        - อายุรศาสตร์
        - กุมารเวชศาสตร์
        - เวชศาสตร์ชุมชน หรือเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
๙.๕ หนังสือรับรองและอธิบายความสามารถพิเศษ จุดเด่น จุดด้อย ในบุคลิกภาพและการทำกิจกรรมนอกหลักสูตร ของผู้ได้รับการเสนอชื่อจากอาจารย์ที่รับผิดชอบด้านกิจการนิสิต/นักศึกษา
  ข้อ ๑๐. ให้คณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้รางวัลฯ ขึ้นคณะหนึ่ง ทำหน้าที่พิจารณาและตัดสินให้รางวัลจากผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้งหมด โดยให้คณะกรรมการพิจารณาให้รางวัลฯ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการเห็นสมควรเป็นประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก นายกแพทยสภา นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเลขาธิการสถาบันเครือข่ายแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ และผู้แทนมูลนิธิฯ คนหนึ่งเป็นเลขานุการ
  ข้อ ๑๑. การพิจารณาและตัดสินให้รางวัลฯ ตามข้อ ๑๐ ให้พิจารณาจากเอกสารหลักฐานประกอบการเสนอชื่อ ในประเด็นต่อไปนี้
    ๑๑.๑ ผลการเรียนรวมเฉลี่ยตลอดหลักสูตร
๑๑.๒ ผลการเรียนในวิชาหลักทางแพทยศาสตร์ ทั้ง ๕ วิชา
๑๑.๓ ความสามารถพิเศษ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมนอกหลักสูตร
๑๑.๔ ความมีคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับบัณฑิตแพทย์
นอกจากนั้นคณะกรรมการพิจารณาให้รางวัลฯ อาจพิจารณาจากข้อมูลอื่นๆ รวมทั้งการสัมภาษณ์ผู้ได้รับการเสนอชื่อ หรือการสอบถามข้อมูลจากอาจารย์หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง
  ข้อ ๑๒. การพิจารณาและตัดสินให้รางวัลฯ ของคณะกรรมการพิจารณาให้รางวัลฯ ถือเป็นที่สุด และให้นำเสนอผลการพิจารณาต่อคณะกรรมการเพื่อประกาศและจัดพิธีมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณต่อไป
  ข้อ ๑๓. ในปีประเดิม ให้สถาบันการศึกษาแพทยศาสตร์ที่มีสิทธิเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติเข้ารับรางวัล ประกอบด้วย
- คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
- คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- วิทยาลัยแพทยศาสตร์ พระมงกุฎเกล้าฯ
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- วิทยาลัยแพทยศาสตร์ กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
ในปีต่อๆ ไป ให้คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงรายชื่อสถาบันการศึกษาแพทยศาสตร์ข้างต้นให้เป็นปัจจุบันทุกปี
  ข้อ ๑๔. ในระหว่างที่ใช้ระเบียบนี้ หากมีการดำเนินการข้อใดที่ไม่มีระบุไว้ในระเบียบนี้ ให้ คณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด
  ข้อ ๑๕. ให้ประธานรักษาการตามระเบียบนี้
 


ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗



(พระเทพปัญญามุนี)
ประธานมูลนิธิ
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก




 
   

 

 
     
   
มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
 
สำนักงานมูลนิธิฯ : - อาคารมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
( อาคารภายในบริเวณวัดปทุมวนาราม)
๙๖๙ ถนนพระราม ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. ๑๐๓๓๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๕๔-๒๕๔๕-๖ โทรสาร ๐-๒๖๕๘-๑๙๘๕