เนื่องจากสมเด็จฯพระบรมราชชนกทรงเป็นผู้ที่สนพระทัย และมีความรอบรู้ทางด้านการจัดการศึกษา จึงได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมมหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. ๒๔๖๖ พระองค์ทรงเห็นว่าการศึกษาในระดับอุดมศึกษานั้นเป็นการศึกษาที่จัดให้บุคคลได้ศึกษาต่อจากระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาให้ได้ฝึกฝนทั้งทางด้านสติปัญญา ความคิด และด้านอาชีพ รัฐจึงควรวางแผนการจัดตั้งการดำเนินงาน เพื่อให้การจัดการศึกษาประสบผลสำเร็จ ทรงเสนอแนะให้รัฐบาลทบทวนนโยบาย และแนวทางในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยให้รอบคอบ เริ่มจากการสำรวจสภาพความต้องการ ความจำเป็นของบ้านเมือง ความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง พร้อมกับทรงชี้ให้เห็นถึงหน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่แท้จริงไว้ ๔ ประการ ดังนี้

   
๑. การเสาะหาวิชชา หรือเปิดโอกาสให้กุลบุตรได้เรียนทำการเสาะวิชชา เลี้ยงดูทำนุบำรุง นักปราชญ์ ผู้สามารถเสาะหาวิชชาและใช้ผลอันนั้นมาสอนกุลบุตร ได้เปนกิจสำคัญที่สุดของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเป็นสมองต้นความคิดของชาติ เป็นสถานเลี้ยง “คนดี” ของชาติ
๒. ผลของการเสาะหาวิชชานี้ ต้องเอามาวางเปนแผนสำหรับความประพฤติของชาติ ทั้งในทางธรรมและวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเปนหลักตัวอย่างการเปนเครื่องวัด เปนที่รวบรวมและจำหน่ายเผยแพร่ความคิดของชาติของเราเอง และช่วยทำการติดต่อกับคณะที่มีหน้าที่คล้ายกันของนานาชาติ
๓. มหาวิทยาลัยมีกิจสอนกุลบุตร ศิลปวิทยาศาสตร์ เพื่อทำให้ผู้เรียนมีความรู้กว้างขวาง เห็นเหตุใกล้ไกล และใช้ความคิดที่ได้บังเกิดขึ้นด้วยการเรียนเปนผลประโยชน์แก่คณะ นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยอาจจะตั้งโรงเรียนฝึกฝนวิชาชีพย์บางชนิดที่ต้องมีพื้นศิลปวิทยาศาสตร์
๔. มหาวิทยาลัยมีกิจสอบไล่กุลบุตร เพื่อวัดความรู้ความสามารถและรับรองเป็นพยานโดยการให้ปริญญาแก่ผู้ที่สมควร
ดรรชนีคำ          วิชชา - วิชา           เปน - เป็น          วิชาชีพย์ - วิชาชีพ
 
   

 

 
   

 
     
   
มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
 
สำนักงานมูลนิธิฯ : - อาคารมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
( อาคารภายในบริเวณวัดปทุมวนาราม)
๙๖๙ ถนนพระราม ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. ๑๐๓๓๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๕๔-๒๕๔๕-๖ โทรสาร ๐-๒๖๕๘-๑๙๘๕