"รู้สึกสลดใจว่าตั้งแต่หม่อมฉันเกิดมาเห็นแต่เสด็จแม่
ทรงเปนทุกข์โศก ไม่มีอะไรที่จะทำให้ชื่นพระหฤทัยเสียเลย
สงสารเสด็จแม่จึงคิดว่าลูกผู้ชายของท่านก็เหลืออยู่แต่หม่อมฉัน
คนเดียว ควรจะสนองพระคุณด้วยทำการงานอย่างใดอย่างหนึ่ง
ให้เสด็จแม่ทรงยินดีด้วยเห็นลูกสามารถทำความดีให้เปนคุณ
ประโยชน์แก่บ้านเมืองได้ ไม่เลี้ยงมาเสียเปล่า เมื่อคิดต่อไปว่า
จะทำการอย่างไรดี หม่อมฉันคิดเห็นว่าในทางราชการนั้นก็มี
ทูลกระหม่อมพระราชโอรสในสมเด็จพระศรีพัชรินทรอยู่หลาย
พระองค์แล้ว ตัวหม่อมฉันจะทำราชการหรือไม่ทำก็ไม่ผิดกัน
เท่าใดนัก จึงคิดว่าการช่วยชีวิตผู้คนพลเมืองเปนการสำคัญอย่าง
หนึ่งซึ่งหม่อมฉันอาจจะทำได้โดยลำพังตัว เพราะทรัพย์สิน
ส่วนตัวก็มีพอจะเลี้ยงชีวิตแล้ว จะสละเงินที่ได้รับพระราชทาน
ในส่วนที่เปนเจ้าฟ้าเอามาใช้เปนทุนทำการตามความคิดให้เปน
ประโยชน์แก่บ้านเมือง ด้วยเหตุดังทูลมานี้หม่อมฉันจึงไม่ทำราชการ"

พระราชดำรินี้เกิดขึ้นเนื่องมาจากพระประสงค์ที่
จะสนองพระคุณสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า 

   

 

 
   

 
     
   
มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
 
สำนักงานมูลนิธิฯ : - อาคารมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
( อาคารภายในบริเวณวัดปทุมวนาราม)
๙๖๙ ถนนพระราม ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. ๑๐๓๓๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๕๔-๒๕๔๕-๖ โทรสาร ๐-๒๖๕๘-๑๙๘๕